เล่นเวทแล้ว ปวดหลัง แก้ไขอย่างไร

Share :

เล่นเวทแล้ว ปวดหลัง แก้ไขอย่างไร



อาการบาดเจ็บ จากการเล่นฟิตเนส หรือเวทเทรนนิ่ง ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เนื่องจากร่างกายมีการออกแรงมากขึ้นกว่าปกติ อาการ ปวดหลัง ก็เช่นกันที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้ที่เล่นฟิตเนส จึงควรรู้วิธีการป้องกันและแก้ไข

 

อาการปวดหลังจากการเล่นเวทสามารถเกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นว่าเล่นส่วนหลังแล้วจะเป็น เพราะหากผู้เล่นนั่งหรือยืนเล่นเครื่องเล่นผิดท่า หรือมีการรับน้ำหนักมากเกินไปก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ ซึ่งการเจ็บในส่วนหลัง สามารถแบ่งได้ตามโครงสร้างหลังดังนี้

 

1) กระดูกสันหลัง (Spine)

เป็นกระดูกแกนกลางของร่างกาย ทำหน้าที่ในการรองรับน้ำหนักตัว กระดูกสันหลัง มีลักษณะเป็นปล้อง ๆ ตั้งแต่คอจนถึงเอว โดยแบ่งได้เป็น 4 ส่วน คือ ส่วนคอ (Cervical Spine) ส่วนอก (Thoracic Spine) ส่วนเอว (Lumber Spine) และส่วนกระเบนเหน็บ หรือกระดูกก้นกบ (Sacral Spine) ซึ่งส่วนที่พบอาการปวดบ่อยที่สุด คือ ส่วนเอว เนื่องจากเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักจากร่างกายส่วนบน

 

2) กล้ามเนื้อหลัง (Back muscles)

เป็นส่วนที่ยึดติดอยู่ กับกระดูกสันหลัง โดยมีเส้นเอ็น ยึดกระดูกแต่ละชิ้นเข้าไว้ด้วยกัน จะมีอาการปวดหลังได้ ตั้งแต่บริเวณบั้นเอวขึ้นไป อาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง อาการปวดมีได้ ตั้งแต่ปวดเมื่อยจนกระทั่งรุนแรง ปวดตลอดเวลา และกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง สาเหตุเกิดจาก การใช้กล้ามเนื้อหลังที่ผิด ไม่มีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อแผ่นหลังช่วงก่อนและหลังออกกำลังกาย ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้ออักเสบ

 

3) เส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal cord)

ในบริเวณช่องโพรงกระดูกสันหลัง จะมีเส้นประสาทไขสันหลังจำนวน 31 คู่ ทำหน้าที่รับความรู้สึกและสั่งงานไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย หากได้รับบาดเจ็บอาจส่งผลให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงได้

 

อาการปวดหลังจากการเล่นฟิตเนส สามารถเกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนไหว หรือใช้งานหลังที่ไม่ถูกต้อง ผิดอิริยาบท หรือมีการรับน้ำหนักมากเกินไปเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นของผู้เล่นด้วย ดังนี้

 

  • น้ำหนักตัว : ผู้เล่นที่มีน้ำหนักตัวมาก ส่งผลให้กระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักมากตาม
  • อายุ : เมื่ออายุมากขึ้น ความเสื่อมของร่างกาย จะเพิ่มขึ้นตามด้วย
  • การขาดการออกกำลังกาย : ผู้เล่นบางคนพึ่งกลับมาเล่น หรืออาจจะเป็นมือใหม่ที่พึ่งเล่นเวทเทรนนิ่ง ทำให้ขาดความต่อเนื่องหรือความเคยชินจากการใช้น้ำหนักกว่าปกติ ทำให้มีอาการปวดหลังตามมาได้
  • กิจวัตรประจำวัน : ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นเวลานาน หรือผู้ที่ต้องทำงานใช้แรงยกของ จะมีความเสี่ยงที่จะปวดหลังมากกว่าคนทั่วไป

 

แก้ไข เมื่อปวดหลังจากการเล่น

เมื่อมีอาการปวดหลัง ให้หยุดออกกำลังกาย จากนั้นให้ลองยืดเส้นยืดสายทั้งแขนและขา บิดขี้เกียจไปมา เพื่อความผ่อนคลาย หรืออาจประคบด้วยน้ำแข็ง 15-30 นาที รับประทานยาแก้ปวด หรือทายาคลายกล้ามเนื้อก็ได้ โดยปกติแล้วอาการจะหายได้เอง แต่หากอาการไม่ดีขึ้นใน 3 วัน ให้รีบพบแพทย์

 

เมื่อหายดีแล้ว ให้บริหารกล้ามเนื้อหลัง ให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และป้องกันโรคปวดหลังหรือการบาดเจ็บที่หลังเรื้อรัง สำหรับผู้ที่มักประสบปัญหาปวดหลัง ควรหลีกเลี่ยงกีฬาโบว์ลิ่ง เทนนิส กอล์ฟ และยกน้ำหนัก

 

การเล่นเวทเทรนนิ่ง หรือ การออกกำลังกายใดก็ตาม ควรเล่นอย่างพอดี ไม่หักโหมจนเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้มีการพักผ่อนและฟื้นฟูด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ก่อนการออกกำลังกายทุกครั้ง ควรยืดหยุ่นกล้ามเนื้อทุกส่วนด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิธีวิ่งยังไงไม่ให้จุกท้อง

ชีพจร ที่เหมาะสมขณะ ออกกำลังกาย



บทความที่น่าสนใจ

วิธีเลือกรองเท้าวิ่งง่าย ๆ สำหรับมือใหม่
7 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไปฟิตเนสมีอะไรบ้าง